รู้จักตัวเอง คุณเป็นเทรดเดอร์ Forex สายไหน
เทรดเดอร์ Forex เหมือนกัน แต่ใช่ว่าจะมีวิธีทำกำไรเหมือนกันทุกคน ระบบหนึ่งใช้ได้ดีกับอีกคน แต่อาจจะใช้ได้ไม่ดีกับอีกคน อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง เป็นที่ระบบหรือว่า…เป็นที่เทรดเดอร์เอง ?
ในตลาด Forex ล้วนเกิดการต่อสู้กันตลอดเวลา ด้วยระบบเทรดต่าง ๆ อีกทั้งยังมี AI หรือ EA (Expert Advisors) ที่เข้ามาเสริมกลยุทธ์การทำกำไรให้เทรดเดอร์ แม้จะมีระบบดีแค่ไหน ก็ไม่อาจะที่จะทำกำไรได้ทุกสถาวะตลาด และยิ่งเทรดเดอร์ไม่เข้าใจตนเอง ก็ยากที่จะใช้เครื่องมือให้เกิดผลลัพธ์ได้ดี
เทรดเดอร์แต่ละสาย มีความแตกต่างกันอย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรดเดอร์ในตลาด Forex มีความรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน ความสำเร็จหรือโอกาสในการชนะตลาด ก็ย่อมแตกต่างกัน การรู้จักและเข้าใจตนเอง นับว่าเป็นสิ่งแรกที่ควรเข้าใจก่อน และเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับตัวเอง ก็จะยิ่งได้เปรียบในสนามรบ
การเดินทางแต่ละสาย เหมือนคนละเส้นทาง ไปได้เหมือนกันอยู่ที่ทางไหนจะเหมาะกับคุณ
ในการแบ่งสายของเทรดเดอร์ มีวิธีอยู่มากมาย แต่นี่ไม่ใช่การตัดสินเทรดเดอร์แต่อย่างใด เพียงต้องการให้เข้าใจตนเองมากขึ้น โดยมีวิธีแบ่งในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
- เทรดเดอร์สายสั้น คือเทรดเดอร์ที่ไม่ชอบรออะไรนาน ๆ เก็บกำไรสั้น ๆ ครั้งละไม่กี่ Pip เน้นเข้าเร็วออกเร็ว ไม่ยอมโดนลาก ไม่มีแก้ไม้ บางคนเรียกตัวเองว่า DayTrad บางคนเรียนตัวเองว่า Scalping รวมไปถึงการเทรดข่าว หรือระบบใดที่ไม่ถือออเดอร์ไว้ข้ามวัน นับว่าเป็นการเทรดสั้นทั้งสิ้น
- เทรดเดอร์สายกลาง คือเทรดเดอร์ที่รอได้ เมื่อถึงจุดที่ต้องรอ เก็บกำไรคำโตขึ้น จะให้ความสำคัญกับการเทรดที่ได้คุ้มเสีย หรือระบบที่มี RR หรือ (Risk/Reward Ratio) ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ไม่ถือ order เกินสัปดาห์ เก็บกำไรเป็นรอบหรือสวิง บางคนเรียนตัวเองว่า Swing Trade หรือบางคนเรียกตัวเองว่า Run Trend ซึ่งขึ้นอยู่กับแนวโน้มที่เลือกใช้ แต่ทั้งนี้จะถือไม่เกิน 1-3 สัปดาห์
- เทรดเดอร์สายยาว คือเทรดเดอร์ที่ถือออเดอร์นานกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเทรดทางเทคนิค หรือวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน ล้วนหวังกำไรในรอบใหญ่หรือจนกว่าจะจบเทรนใหญ่ ในไทม์เฟรม Day หรือมากกว่านั้น เก็บกำไรก้อนโต้ ไม่เฝ้ากราฟ ไม่ดูกราฟทุกวัน มองภาพใหญ่ของแนวโน้มเท่านั้น
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเลือกเทรดผิดสาย

เทรดเดอร์สายสั้น อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีงานประจำมากนัก เพราะถ้าจัดสรรเวลาในการเทรดไม่ดี เผลอเปิดออเดอร์ในช่วงที่ทำงานอยู่ แต่ทันใดนั้นมีสายเข้าหรือหัวหน้าเรียกประชุม เกิดมีข่าวหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาจจะไม่ทันได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที
เทรดเดอร์สายกลาง ใจร้อนอยากเทรดเยอะ เก็บกำไรเร็ว ก็จะพยายามหาสัญญาณในการเข้าเทรดบ่อยเกินความจำเป็น วางแผนไว้ดีแล้วว่ากราฟจะขึ้น แต่ทันใดนั้นกราฟโดนทุบแรงจนใจหาย ตัดสินใจเลยว่ามันจะต้องลงแน่ ๆ จึงทำการเปิดออเดอร์ฝั่ง Sell แต่ทันใดนั้นกราฟกับดีดตัวขึ้นก่อนแท่งเทียนปิดแท่ง และขึ้นต่อในเวลาถัดมา
การไปสู่เป้าหมาย สามารถไปได้หลายทาง แต่มีเพียงเป้าหมายเดียว
เทรดเดอร์สายยาว บอกตัวเองว่าเย็นพอ รอได้ แต่ความจริงลุ้นกราฟทุนวัน หวาดระแวงและกังวลทุกวัน ว่ากราฟจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และก็มาลุ้นเมื่อมีข่าวหรือการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ ทำให้จิตใจหวั่นไหวในทุกข่าว
เมื่อเลือกสายผิด ชีวิตก็เปลี่ยน
แทนที่เทรดเดอร์ จะใช้จุดแข็งของตัวเองให้ถูกที่ ป้องกันจุดอ่อนของตัวเองให้ถูกทาง แต่กลับใช้ความโลภในการเลือกสายในการเข้าเทรดที่ผิด ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มจุดอ่อน ทำลายจุดแข็ง และส่งผลกระทบไปยังจิตใจ และเกิดความเชื่อที่ว่า เราไม่สามารถเทรดทำกำไรได้
แต่ถ้าเลือกแนวทางการเทรดที่ถูกต้องและเหมาะสม นำจุดแข็งมาพัฒนาให้แข็งมากยิ่งขึ้น และเลี่ยงที่จะเทรดด้วยจุดอ่อน การต่อสู้ในตลาดจึงจะนับว่าได้เปรียบ
คุณ!! เลือกเป็นเทรดเดอร์สายไหน
ลองพิจารณาจากนิสัยหรือสิ่งที่คิดว่าตรงกับจริตตัวเองมากที่สุด เพื่อที่จะสามารถเลือกได้กว่าระบบหรือรูปแบบการเทรดแบบไหน ที่เหมาะสมกับคุณ
- เทรดเดอร์สายสั้น ต้องการกระแสเงินสด มีเวลาเฝ้ากราฟ เข้าใจพื้นฐาน ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ แม้ในตลาด Forex จะสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่ได้หมายความหว่าทุก ๆ คู่เงินจะสามารถเทรดได้ดี ถ้าคุณมีเงินทุนและมีเวลาที่จะดูกราฟตลอดเวลา หรือ 2 ครั้งในแต่ละไทม์เฟรมที่ใช้ สามารถเลือกใช้ระบบเทรดสั้น ๆ ได้ดีแน่นอน
- เทรดเดอร์สายกลาง แม้จะไม่สามารถเฝ้ากราฟได้ตลอดเวลา แต่มีเวลาในการดูกราฟบ้าง อาจจะไม่ถนัดในการวิเคราะห์ข่าวเท่าไรนัก อดทนรอในการเข้าเทรด มีวินัยในการวางแผน ก็สามารถเลือกเทรดสายกลางได้ เพียงมีเวลาในการดูกราฟ เพียง 1 ถึง 2 ครั้ง ในแต่ละไทม์เฟรม
- เทรดเดอร์สายยาว เน้นดูกราฟในรอบใหญ่ หรือไทม์เฟรมใหญ่ และใช้ปัจจัยพื้นฐานประกอบการวิเคราะห์ มีเงินเย็นพอ อดทนรอได้ เก็บกำไรคำโต ไม่ต้องมีเวลาดูกราฟมากมายอาจจะสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ครั้งก็เพียงพอ
เลือกจากเวลาที่ใช้ในการดูกราฟ

เพียงสังเกตเวลาและพฤติกรรมในการดูกราฟของตัวเอง แล้วนำมาเลือกสายของเทรดเดอร์ และหาระบบเทรดที่เหมาะสม ก็นับว่าใช้ได้ โดยการดูว่า มีเวลาในการดูกราฟมากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าใช้ไทม์เฟรม Day อย่างน้อยควรมีเวลาดู 2 ครั้งต่อวัน หรือในไทม์เฟรม H1 ก็ควรมีเวลาในการดูกราฟอย่างน้อย 2 ครั้งในหนึ่งชั่วโมง
แน่นอนยิ่งมีเวลาเยอะ ก็สามารถที่จะเฝ้าหน้าจอเพื่อรอเทรดได้ แต่ถ้ามีเวลาน้อย หรือสามารถเทรดได้บางช่วง อาจจะพิจารณาเลือกสายในระยะกลาง หรือไม่มีเวลาเลยอาจจะพิจารณาในระยะยาว เพื่อให้จังหวะในการดูกราฟเหมาะสม ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป
ไม่มีทางที่ดีที่สุด มีแต่ทางที่คุณพอใจที่สุด
จะเห็นได้ว่าวิธีนี้ ไม่ได้เลือกเพราะอยากเลือก เช่น อยากเทรดสั้นก็เลือกไปโดยไม่ดูเหตุผล แต่ให้เลือกจากเวลาที่มีในการดูกราฟ หรือการวางแผนชีวิต ว่าต้องการที่จะดูกราฟในเวลาใด หรือช่วงใดบ้าง โดยให้พิจารณาจากเวลาในการดูกราฟ เพียงเลือกไทม์เฟรม เวลา และหาระบบที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้ให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด
สรุป คุณเป็นเทรดเดอร์สายไหน
เทรดเดอร์ Forex จะเทรดและทำกำไรได้ดี จะต้องไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่ไม่สนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา ระบบเทรดที่เหมาะสม จะต้องเริ่มจากพฤติกรรมของเทรดเดอร์ว่าเหมาะสมกับรูปแบบใด สั้น กลาง หรือยาว
แล้วนำสิ่งนี้มาเลือกใช้เพื่อค้นหาระบบมีความเป็นไปได้ในการเทรดมากที่สุด ไม่ใช่เพียงเลือกเพราะยากเทรด อยากได้กำไรเร็ว ๆ เท่านั้น แต่จะต้องเลือกเพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้นานที่สุด เพราะการเอาชนะตลาดไม่ใช่แค่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่มันคือการอยู่รอด หรืออยู่ให้ได้อย่างดีในระยะยาวต่างหาก
แล้วคุณล่ะ…. เป็นเทรดเดอร์สายไหน ?

